Privacy Policy
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“นโยบาย”) อธิบายถึงวิธีการที่ บริษัท เท็นโกะคุ คิทสึเนะ จำกัด (“บริษัทฯ”) เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“การประมวลผลข้อมูล”) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้งาน (“ท่าน”) ได้ให้ไว้สำหรับการใช้งานเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์ม และ/หรือซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า “UMI” ที่ดูแลและรับผิดชอบโดยบริษัทฯ หรือบริการอื่นใดก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริการของบริษัทฯ (เรียกรวมกันว่า “แพลตฟอร์ม” หรือ “บริการ”) ซึ่งรวมไปถึงคำอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สิทธิต่าง ๆ ที่ท่านมีต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และวิธีการที่บริษัทฯ ปกป้องความเป็นส่วนตัวในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและดูแลรักษาข้อมูลเหล่านั้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎหมายลำดับรอง ประกาศ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายดังกล่าว (เรียกรวมกันว่า “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) ทั้งนี้ นโยบายฉบับนี้ไม่บังคับใช้กับกิจกรรมที่ทางบริษัทฯ ไม่ได้เป็นผู้ดูแลหรือบุคคลที่บริษัทฯ ไม่ได้มีการจ้างให้ดำเนินการแทนทั้งสิ้น
ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุไปถึงตัวตนของบุคคลธรรมดาได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมไปถึงข้อมูลของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม
ในการที่ท่านมีความประสงค์จะใช้บริการของบริษัทฯ หรือมีข้อสงสัยที่ต้องติดต่อสื่อสารกับบริษัทฯ บริษัทฯ จำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่าน ได้แก่ ข้อมูลใด ๆ ซึ่งสามารถใช้ในการระบุตัวตนของท่านได้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลดังต่อไปนี้
กรณีที่ท่านมีสถานะเป็นบุคคลธรรมดา
- • ข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ วันเดือนปีเกิด อายุ สัญชาติ เลขประจำตัวบัตรประชาชน เลขที่หนังสือเดินทาง ลายมือชื่อ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลเสียง เป็นต้น
- • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
- • ข้อมูลการติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น LINE ID เป็นต้น
- • ข้อมูลบัญชีสมาชิก เช่น เลขรหัสสมาชิก ชื่อหรือรหัสผ่านบัญชีสมาชิก (Username/Password) เป็นต้น
- • หลักฐานการแสดงตัวตน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทาง เป็นต้น
- • ข้อมูลธุรกรรมและการเงิน เช่น รายละเอียดบัตรเครดิต ข้อมูลบัญชีธนาคาร รายละเอียดเกี่ยวกับการสั่งซื้อและการชำระเงิน ข้อมูลพร้อมเพย์ ประวัติการชำระเงิน ประวัติธุรกรรมบนแพลตฟอร์มหรือบริการอื่นใดของบริษัทฯ เป็นต้น
- • ข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น ข้อมูลการค้นหาบริการหรือสินค้า ข้อมูลการทำการตลาดหรือประชาสัมพันธ์กิจกรรมของท่าน ข้อมูลการเข้าชมสื่อโฆษณาหรือเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม ข้อมูลการปรับแต่งคุณลักษณะการใช้งานแพลตฟอร์ม ข้อมูลการแก้ไขบัญชีผู้ใช้งาน ข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่ม-ลดผู้ใช้งาน ข้อมูลการสนทนาบนแพลตฟอร์ม ข้อมูลรายละเอียดสินค้าหรือบริการ ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมหรือการให้คะแนนจากการเข้าร่วมกิจกรรม ข้อมูลทางการค้าหรือการเป็นร้านค้าทางพาณิชย์ ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้บริการหรือแพลตฟอร์มของท่านที่เกิดขึ้น เป็นต้น
- • ข้อมูลทางเทคนิค เช่น IP Address, Cookie ID, ประวัติการใช้งานแพลตฟอร์ม (Activity Log) การตั้งค่า และข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมของท่าน เป็นต้น
- • ข้อมูลการติดต่อสื่อสารและการตลาด เช่น ความสนใจของท่านในการรับข้อมูลทางการตลาดจากบริษัทฯ และบุคคลอื่น รูปแบบการติดต่อสื่อสารที่ท่านสนใจและประวัติข้อมูลการติดต่อสื่อสารกับบริษัทฯ ผู้ให้บริการของบริษัทฯ และบุคคลภายนอก เป็นต้น
- • ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้ง (GPS Location) เป็นต้น
- • ข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านยินยอมนำส่งให้แก่บริษัทฯ เช่น ข้อมูลความสนใจในบริการหรือสินค้า บทความ คำติชม ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น
กรณีที่ท่านมีสถานะเป็นนิติบุคคล
ในกรณีที่ท่านมีสถานะเป็นนิติบุคคล บริษัทฯ จำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับพนักงาน บุคลากร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน บุคคลผู้มีอำนาจ กรรมการ ผู้ติดต่อ ตัวแทน และบุคคลธรรมดาอื่น ๆ ของนิติบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลประเภทดังต่อไปนี้
- • ข้อมูลระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ อายุ เพศ สัญชาติ ลายมือชื่อ รูปถ่าย ภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลเสียง ข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ และสำเนาเอกสารดังกล่าว (เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง) เป็นต้น
- • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
- • ข้อมูลเอกสารทางธุรกิจ เช่น สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลหรือทะเบียนการค้า สำเนาเอกสารทางภาษี เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวจากการที่ท่านใช้บริการกับบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวต่อเมื่อบริษัทฯ ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้นรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา เชื้อชาติ ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลจำลองม่านตา ข้อมูลจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ) และข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ประกาศไว้
โปรดทราบว่า หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ได้ระบุไว้ข้างต้นเป็นข้อมูลที่มีความจำเป็นสำหรับบริษัทฯ ในการปฏิบัติตามกฎหมายหรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือการให้บริการระหว่างท่านและบริษัทฯ หากท่านไม่ยินยอมให้บริษัทฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลดังกล่าว บริษัทฯ อาจไม่สามารถอนุญาตให้ท่านใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัทฯ หรือให้บริการที่ท่านมีความประสงค์ต้องการใช้ได้ รวมถึงบริษัทฯ อาจไม่มีข้อมูลที่เพียงพอเพื่อช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาที่ท่านพบเจอจากการใช้งานแพลตฟอร์มกับบริษัทฯ
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรงผ่านวิธีการดังต่อไปนี้
- • เมื่อท่านได้เข้าถึงและ/หรือใช้บริการหรือแพลตฟอร์มของบริษัทฯ หรือกรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนสมัครบัญชีกับบริษัทฯ ผ่านช่องทางที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ เช่น ช่องทาง LINE Official ของบริษัทฯ หน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือบนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ
- • เมื่อท่านได้ทำการระบุรายละเอียดสินค้าหรือบริการของท่าน กิจกรรมส่งเสริมการขายและสิทธิประโยชน์ที่ท่านจะมอบให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
- • เมื่อท่านได้ตอบแบบสอบถามที่บริษัทฯ ได้มีการนำส่งให้แก่ท่าน
- • เมื่อท่านได้ติดต่อกับบริษัทฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารใด ๆ ของบริษัทฯ เพื่อนำส่งข้อมูลและสอบถามปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานแพลตฟอร์มหรือการใช้บริการของบริษัทฯ หรือเพื่อติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานแพลตฟอร์ม หรือการบริการของบริษัทฯ
- • เมื่อท่านได้อนุญาตผ่านอุปกรณ์ของท่าน ให้เปิดเผยข้อมูลใด ๆ แก่แพลตฟอร์มของบริษัทฯ
- • เมื่อท่านทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทฯ เช่น การชำระค่าบริการที่ท่านเลือกใช้ การนำส่งหลักฐานการชำระค่านายหน้า (commission) การชำระค่าเบี้ยปรับ เป็นต้น
- • เมื่อท่านได้ลงทะเบียนเข้าร่วมในกิจกรรมใด ๆ ที่จัดขึ้นโดยบริษัทฯ หรือเพื่อลงทะเบียนในการรับของสมนาคุณหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่บริษัทฯ ได้จัดขึ้น
- • เมื่อท่านส่งเอกสารหรือข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาให้แก่บริษัทฯ ด้วยเหตุผลหรือช่องทางใดก็ตามผ่านช่องทางติดต่อที่บริษัทฯกำหนด
ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่บริษัทฯ สามารถเข้าถึงได้และเป็นแหล่งข้อมูลที่ปรากฏในสาธารณะ ยกตัวอย่างเช่น
- • เว็บไซต์ที่มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของท่าน
- • สื่อสังคมออนไลน์ที่ท่านได้เป็นสมาชิกอยู่และท่านได้เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- • พันธมิตรทางธุรกิจ (Business partners) ผู้ให้บริการ หรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ ที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย
- • หน่วยงานราชการที่บุคคลทั่วไปสามารถร้องขอข้อมูลได้
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ
เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมหรือใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัทฯ ผ่านรูปแบบเว็บไซต์ บริษัทฯ อาจทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทของท่านโดยอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลดังต่อไปนี้
- • ข้อมูลทางเทคนิค เช่น IP Address, Cookie ID, ประวัติการใช้งานแพลตฟอร์ม (Activity Log) การตั้งค่า และข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมชมของท่าน เป็นต้น
- • ข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น ข้อมูลการค้นหา ข้อมูลการเข้าชมสื่อหรือเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม เวลาตอบสนองของหน้าแพลตฟอร์ม ระยะเวลาที่ท่านเยี่ยมชมแต่ละหน้าเพจหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับวิธีการเยี่ยมชมและการเข้าใช้งานแพลตฟอร์มหรือเลือกชมสินค้าและบริการของท่าน เป็นต้น
บริษัทฯ จะได้รับข้อมูลเหล่านี้เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของบริษัทฯ โดยเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทฯ จะบันทึกข้อมูลที่เบราว์เซอร์ของท่านส่งมาโดยอัตโนมัติ ข้อมูลเหล่านี้ที่ถูกเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติจะใช้เพื่อระบุกรณีการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นและสร้างข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของบริษัทฯ โดยข้อมูลทางสถิตินี้จะไม่ถูกรวบรวมในลักษณะที่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้รายใดรายหนึ่งของระบบ ทั้งนี้ แพลตฟอร์มของบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์เคลื่อนที่ของท่านโดยใช้ผ่านเทคโนโลยีที่มีการติดตั้งบนอุปกรณ์ของท่าน เช่น ระบบ GPS, Wi-Fi เป็นต้น
วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามคำขอ และ/หรือข้อตกลงที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัทฯ และ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- • เพื่อสร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้งาน รวมถึงตรวจสอบ ยืนยันหรือระบุตัวตนของท่านในเวลาที่ท่านเข้าใช้แพลตฟอร์มของบริษัทฯ
- • เพื่อการบริหารและจัดการภายในองค์กร รวมถึง ดำเนินการและจัดการแพลตฟอร์มและบริการของบริษัทฯ เพื่อแสดงข้อมูลการใช้งานให้ท่าน
- • เพื่อการตรวจสอบ (Due diligence) การรู้จักตัวตนของลูกค้า (Know Your Customer) และการตรวจสอบยืนยันตัวตน (Identity verification)
- • เพื่อป้องกันและตรวจสอบการฉ้อโกงการละเมิดความปลอดภัยในกิจกรรมหรือธุรกรรมต่าง ๆ ที่อาจผิดกฎหมายหรือละเมิดข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานของของบริษัทฯ
- • เพื่อดำเนินธุรกรรมทางการเงินและบริการที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินบนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ เช่น การชำระค่าบริการที่ท่านได้เลือกใช้หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานหรือร่วมกิจกรรมบนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ
- • เพื่อติดตามหรือบันทึกการใช้งานของท่านบนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ เพื่อการจัดทำข้อมูลสถิติและงานวิจัย เพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานแพลตฟอร์ม ประเมิน และปรับปรุงการให้บริการของบริษัทฯ
- • เพื่อดำเนินการในการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น แจ้งเตือนการนำเข้าข้อมูลของผู้ใช้งาน การแจ้งเตือนการชำระค่าบริการหรือเงินค้างอื่นใดอันเกี่ยวข้องกับการใช้งาน เป็นต้น
- • เพื่อการลงทะเบียนหรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น หรือเพื่อลงทะเบียนในการรับของสมนาคุณหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยบริษัทฯ หรือจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยผู้ใช้งานแพลตฟอร์มก็ตาม
- • เพื่อการแจ้งสิทธิประโยชน์ รายการส่งเสริมการขายต่าง ๆ กิจกรรมทางการตลาด การเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ และสื่อสารเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าว รวมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ที่ท่านอาจมีความสนใจ
- • เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์มและบริการของบริษัทฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัทฯ ให้เป็นที่แพร่หลาย เช่น บนสื่อสังคมออนไลน์ที่บริษัทฯ เป็นสมาชิก เป็นต้น
- • เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ ใช้ในการ วิจัย ประเมิน พัฒนา และปรับปรุงการให้บริการ ฟีเจอร์ และเทคโนโลยีบนแพลตฟอร์มของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น
- • เพื่อใช้ในการติดต่อท่านเพื่อแก้ไขปัญหาจากข้อร้องเรียนต่าง ๆ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการของบริษัทฯ และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการจากท่าน
- • เพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบายข้อตกลงและเงื่อนไขของบริษัทฯ ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องทางกฎหมายที่ได้เกิดขึ้นกับบริษัทฯ และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ข้างต้นจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมและวิธีการที่ท่านมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทฯ โดยเหตุผลหรือฐานการอ้างอิงทางกฎหมายที่บริษัทฯ อาจอาศัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจได้แก่
- (1) ท่านได้ให้ความยินยอมสำหรับหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
- (2) การประมวลผลข้อมูลนั้นจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างท่าน และ/หรือเพื่อการปฏิบัติก่อนการเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ
- (3) การประมวลผลข้อมูลนั้นมีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม
- (4) การประมวลผลข้อมูลนั้นเกี่ยวข้องกับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัทฯ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัทฯ
- (5) การประมวลผลข้อมูลนั้นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่ท่านและช่วยเหลือให้ท่านสามารถใช้งานบริการของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ อาจจำเป็นจะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือองค์กรอื่นภายใต้ความยินยอมของท่านหรือตามที่กฎหมายอนุญาตให้บริษัทฯ สามารถเปิดเผยได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากท่าน โดยบุคคลหรือองค์กรที่บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีดังต่อไปนี้
บริษัทย่อย บริษัทในกลุ่ม หรือบริษัทในเครือ
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทย่อย บริษัทในกลุ่ม หรือบริษัทในเครือเท่าที่จำเป็นดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ภายใต้นโยบายฉบับนี้หรือเพื่อปรับปรุงและพัฒนาการใช้งานแพลตฟอร์มหรือให้บริการของบริษัทฯ
ผู้ให้บริการ
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างของท่านให้กับผู้ให้บริการของบริษัทฯ หรือคู่ค้าอื่น ๆ ของบริษัทฯ เท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เช่น ผู้ให้บริการหรือตัวแทนการชำระเงินค่าบริการหรือการทำธุรกรรม ผู้ให้บริการที่ช่วยเหลือและประสานงานในการแก้ไขปัญหาที่ท่านพบเจอจากการใช้งานแพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการส่งข้อมูลข่าวสารทางการตลาด ผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น ทั้งนี้ โปรดทราบว่าบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลระหว่างท่านและผู้ให้บริการชำระเงินและผู้ให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้และข้อมูลดังกล่าวจะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการรายนั้น ๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและวิธีการที่ผู้ให้บริการใช้ข้อมูลของท่าน โปรดตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลและรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม
ในการใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัทฯ และเพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของแพลตฟอร์ม บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลที่อาจประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ผู้ใช้งานท่านอื่นได้รับทราบ เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานแพลตฟอร์มของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการของท่าน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของท่าน ข้อมูลกิจกรรมส่งเสริมการขายและของรางวัลของท่าน เป็นต้น
พันธมิตรทางธุรกิจ
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างให้กับพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เช่น การติดต่อและประสานงานในการให้บริการของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะให้เพียงข้อมูลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
การบังคับใช้กฎหมาย
บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหากมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือเพื่อตอบสนองต่อคำขอทางราชการจากหน่วยงานของรัฐ เช่น การนำส่งรายการภาษีของบริษัทฯ ให้แก่กรมสรรพากร เป็นต้น
การถ่ายโอนธุรกิจ
บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูล รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สำหรับการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมหรือการขายกิจการ หรือการถ่ายโอนสินทรัพย์อื่น ๆ โดยฝ่ายที่รับโอนต้องปฏิบัติกับข้อมูลของท่านในลักษณะที่สอดคล้องกับนโยบายฉบับนี้ รวมถึงกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
การเก็บรักษาและการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
บริษัทฯจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบเอกสารและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในสถานที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทฯ ในประเทศไทย และบนระบบคลาวด์ (Cloud) นอกประเทศไทย
ในบางกรณี บริษัทฯ อาจมีการเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล องค์กร หรือบนระบบคลาวด์ที่อยู่นอกประเทศไทย ทั้งนี้ หากบริษัทฯ มีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่มีความเหมาะสมต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศปลายทางนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ หรือตามเงื่อนไขและข้อกำหนดอื่น ๆ ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือประกาศ กฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับที่มีความเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนดไว้
ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านยังคงสถานะเป็นผู้ใช้งานกับบริษัทฯ หรือในขณะที่ท่านยังคงมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ ก็ตามในฐานะผู้ใช้บริการของบริษัทฯ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ภายใต้นโยบายฉบับนี้ และเพื่อปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เว้นเสียแต่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลของท่านต่อไปภายหลังจากที่ท่านได้สิ้นสุดการรับบริการหรือนิติสัมพันธ์ที่ท่านมีกับบริษัทฯ ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจใช้ข้อมูลที่ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลของท่านที่ได้ลบทิ้งไป โดยบริษัทฯ จะไม่นำมาใช้ในทางที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกลบทิ้ง ดังนั้น สิทธิขอเข้าถึง สิทธิขอให้ลบ สิทธิขอให้แก้ไข สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ใน “สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล” ของนโยบายฉบับนี้ จะไม่สามารถบังคับใช้ได้เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการจัดเก็บ
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามหลักการ การรักษาความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (availability) เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผย บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (access control) นอกจากนี้ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ให้บริการภายนอกของบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลและต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เคร่งครัดเมื่อมีการใช้ ส่ง โอน หรือประมวลผลใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรับประกันสำหรับการส่งผ่านข้อมูลโดยอินเตอร์เน็ตหรือเครือข่ายไร้สาย ดังนั้น ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านรับทราบว่า (1) มีข้อจำกัดในการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทฯ (2) ความปลอดภัย ความถูกต้องครบถ้วนและความเป็นส่วนตัวในข้อมูลใด ๆ และข้อมูลที่แลกเปลี่ยนระหว่างท่านกับบริษัทฯ ไม่สามารถถูกรับประกันได้ และ (3) ข้อมูลส่วนบุคคลใดและข้อมูล อาจถูกมองเห็นหรือถูกดัดแปลงในระหว่างการส่งผ่านโดยบุคคลที่สามแม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
ผู้เยาว์
หากท่านมีอายุต่ำกว่า 20 ปีหรือมีข้อจำกัดความสามารถตามกฎหมาย ในการประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากให้ผู้ปกครองหรือผู้มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบท่านตามกฎหมาย เว้นแต่ว่ากฎหมายอนุญาตให้บริษัทฯ สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม หากบริษัทฯ ทราบว่ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหรือผู้มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบตามกฎหมาย บริษัทฯ จะดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวออกจากแหล่งจัดเก็บของบริษัทฯ โดยไม่ชักช้า
เทคโนโลยีติดตามตัวบุคคล (Cookies)
เมื่อท่านได้เข้าชมเว็บไซต์ที่บริษัทฯ เป็นผู้มีหน้าที่ดูแลและรับผิดชอบ โปรดทราบว่าบริษัทฯ อาจมีการใช้งาน “คุกกี้” เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของท่านให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คุกกี้ คือ ไฟล์ข้อความที่บริษัทฯ จัดเก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ของท่านโดยเว็บเพจเซิร์ฟเวอร์ คุกกี้ไม่สามารถใช้เพื่อเปิดโปรแกรมหรือเพื่อนำส่งไวรัสเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของท่าน คุกกี้ถูกเลือกใช้ให้เป็นเอกลักษณ์แก่ท่านและจะสามารถอ่านได้โดยเว็บเซิร์ฟเวอร์ของโดเมนที่ได้นำคุกกี้มาใช้กับท่าน
บริษัทฯ อาจใช้คุกกี้ในการเก็บรวบรวม จัดเก็บ และติดตามข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติเพื่อดำเนินการเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทฯ โดยท่านความสามารถเลือกได้ว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธคุกกี้ ทั้งนี้ ท่านสามารถทำการแก้ไขการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่านเพื่อปฏิเสธการใช้คุกกี้ได้หากท่านต้องการ หากท่านเลือกที่จะปฏิเสธคุกกี้ ท่านจะไม่สามารถใช้และพบกับคุณสมบัติพิเศษของเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้
หากท่านต้องการทราบในรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุกกี้ที่บริษัทฯ มีการใช้งาน ท่านสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นโยบายคุกกี้ที่ปรากฎบนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่บริษัทฯ ได้ประกาศไว้
สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อท่านได้นำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทฯ ท่านมีสิทธิหลายประการในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งท่านสามารถดำเนินการใช้สิทธิได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมายสิทธิของท่านภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีดังต่อไปนี้
- สิทธิขอถอนความยินยอม (right to withdraw consent) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ เมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ไว้ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย
- สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (right to access) ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ และขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร
- สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล (right to data portability) ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทฯได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุผลทางเทคนิค
- สิทธิขอคัดค้าน (right to object) ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ เว้นแต่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล
- สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (right to be forgotten) ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทฯ หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
- สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (right to restriction of processing) ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทฯ หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้แทน
- สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล (right to rectification) ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิร้องเรียน (right to lodge a complaint) ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านสามารถใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ โดยติดต่อมาที่บริษัทฯ ตามรายละเอียดท้ายนโยบายฉบับนี้ บริษัทฯ จะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับคำขอใช้สิทธิจากท่านตามวิธีการที่บริษัทฯ กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจใช้เวลาในการพิจารณาคำขอใช้สิทธิของท่านนานกว่า 30 วัน หากฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อนุญาตให้บริษัทฯ สามารถกระทำได้ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ปฏิเสธคำขอบริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น
การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทฯจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทฯ จะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ แพลตฟอร์ม ข้อความ (SMS) อีเมล โทรศัพท์ จดหมาย เป็นต้น
การเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น
ภายในเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทฯ อาจมีลิงก์ที่เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นที่บริษัทฯ ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือควบคุมโดยบริษัทฯ โปรดทราบว่าบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อแนวทางการปฏิบัติทางด้านความเป็นส่วนตัวหรือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่น ๆ นอกเหนือจากเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านทำความเข้าใจนโยบายความเป็นส่วนตัวของแต่ละเว็บไซต์ที่อาจมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านได้เข้าเยี่ยม เนื่องจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ จะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์นั้นๆ ซึ่งบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
รายละเอียดการติดต่อ
หากท่านสงสัยหรือมีความประสงค์ในการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ รวมถึงการขอใช้สิทธิต่าง ๆ ท่านสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ ได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
บริษัท เท็นโกะคุ คิทสึเนะ จำกัด
ที่อยู่: เลขที่ 139 ซอยพัฒนาการ 65 แยก 4 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
อีเมล: contact@tengokukitsune.com
เว็บไซต์: www.tengokukitsune.com
การแก้ไขและเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัทฯ อาจเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวหากมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ อันเนื่องมาจากเหตุผล ต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่บริษัทฯ ต้องปฏิบัติตาม โดยการแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะมีผลใช้บังคับเมื่อบริษัทฯ เผยแพร่บนแพลตฟอร์มและหน้าเว็บไซต์ของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม หากการแก้ไขดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าตามความเหมาะสมก่อนที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะมีผลใช้บังคับ
นโยบายฉบับนี้แก้ไขล่าสุดและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569
บันทึกข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บันทึกข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“บันทึกข้อตกลง”) ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานที่ผู้ใช้งานได้ตกลงยอมรับที่จะปฏิบัติตามก่อนเริ่มใช้แพลตฟอร์มหรือบริการที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท เท็นโกคุ คิทสึเนะ จำกัด (“บริษัทฯ”)
โดยที่ :
- (1) ผู้ใช้งานได้ตกลงที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ (“สัญญาบริการหลัก”) โดยผู้ใช้งานผู้เป็นผู้ใช้บริการซึ่งอาจมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทฯ อาจอยู่ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการโดยบริษัทฯ ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการไปเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดโดยผู้ใช้งาน
- (2) ผู้ใช้งานและบริษัทฯ จึงประสงค์เข้าทำบันทึกข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดดังที่จะกล่าวต่อไป
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงกัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
1. คำนิยาม
ภายใต้วัตถุประสงค์ของสัญญาฉบับนี้ ให้ถ้อยคำในสัญญามีความหมายดังต่อไปนี้
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่ข้อมูลนั้นสามารถระบุไปถึงตัวตนของบุคคลผู้นั้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมไปถึงข้อมูลผู้ถึงแก่กรรม และเป็นข้อมูลที่ประมวลผลข้อมูลโดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามหรือตามคำสั่งของบริษัทฯ ตามสัญญาบริการหลัก
“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายลำดับรอง กฎ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่ง ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลหรือกฎหมายความเป็นส่วนตัวของประเทศอื่นที่มีความเกี่ยวข้องและบังคับใช้ได้
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง” หมายถึง บุคคลใด ๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยหรือในนามของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนี้
“การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การรั่วไหลหรือละเมิดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำให้เกิดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือทำให้เกิดการสูญหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง หรือเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและ/หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงอันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามสัญญาฉบับนี้โดยอุบัติเหตุหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ให้คำว่า “คณะกรรมการ” “ผู้ควบคุมข้อมูล” “เจ้าของข้อมูล” “สำนักงาน” และคำนิยามอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีความหมายและการตีความอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
2. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการในลักษณะของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ตกลงจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้งานได้ส่งหรือจะส่งให้แก่บริษัทฯ และจะไม่ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือขอบเขตของการให้บริการตามสัญญาบริการหลัก เว้นแต่ได้รับคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ผู้ใช้งานกำหนด ทั้งนี้ การดำเนินการเพื่อเปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ โดยผู้ใช้งานจะต้องเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับข้อกำหนดภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3. หน้าที่ของผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานตกลงจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้
- 3.1. พิจารณาถึงลักษณะ บริบท ขอบเขต และวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้น และความร้ายแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ใช้งานตกลงจะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) เพื่อให้มั่นใจว่ามีระดับความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และมาตรการดังกล่าวนี้ได้สอดคล้องกับมาตรฐานภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะต้องทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจำกัดไม่ให้มีการถูกแทรกแซงโดยบุคคลอื่นหรือเข้าถึงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
- 3.2. ผู้ใช้งานมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการกำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการ และลักษณะการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และอาจสั่งให้บริษัทฯ ประมวลผลเพิ่มเติมภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ให้บริการจะทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งดังกล่าวโดยทันที ทั้งนี้ จะต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อการให้บริการภายใต้สัญญาบริการหลักหรือเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ใช้งานสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดได้
- 3.3. ผู้ใช้งานได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรับทราบเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ และดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้บริษัทฯ สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
4. หน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่จะกล่าวดังต่อไปนี้
- 4.1. ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน และช่วยเหลือผู้ใช้งาน เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- 4.2. ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตการให้บริการตามที่ผู้ใช้งานกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและเท่าที่จำเป็นในการให้บริการตามสัญญาบริการหลักเท่านั้น
- 4.3. ไม่เข้าทำสัญญาหรือแต่งตั้งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงเพื่อกระทำการใดที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามหรือตามคำสั่งของผู้ใช้งาน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง เว้นเสียแต่การดำเนินการดังกล่าวเป็ นความจำเป็นเพื่อการให้บริการตามสัญญาการบริการหลัก
- 4.4. แจ้งให้ผู้ใช้งานทราบโดยทันทีหรือภายในระยะเวลาไม่เกินกว่า 72 ชั่วโมง เมื่อได้ตระหนักถึงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลหรือเมื่อเกิดการกระทำอันเป็นการละเมิดต่อความปลอดภัย ซึ่งก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงอันเกิดจากอุบัติเหตุ การทำลาย การสูญหาย การเปลี่ยนแปลง การเปิดเผย การเข้าถึง การประมวลผล การโอน การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยปราศจากอำนาจ
- 4.5. บริษัทฯ จะลบและทำลายข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดภายหลังจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของสัญญาบริการหลักได้สิ้นสุดลงหรือข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้หมดความจำเป็น เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดให้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้
5. การสิ้นสุดของบันทึกข้อตกลง
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับตราบที่
- (1) สัญญาบริการหลักยังคงมีผลใช้บังคับ หรือ
- (2) บริษัทฯ ยังคงประมวลผลหรือเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสัญญาบริการหลักตามการร้องขอหรือการใช้บริการของผู้ใช้งาน
6. ข้อกำหนดทั่วไป
- 6.1. การบอกกล่าวและการสื่อสารทั้งหมดภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ที่กำหนดให้คู่สัญญาต้องส่งระหว่างกันจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและจะต้องจัดส่งด้วยตนเอง จดหมายไปรษณีย์ หรืออีเมล ไปยังที่อยู่หรืออีเมลที่กำหนดไว้ตามรายละเอียดข้างต้นของสัญญาหรือไปยังที่อยู่อื่นที่ได้มีการแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่โดยคู่สัญญาอีกฝ่าย
- 6.2. บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการมีผลบังคับใช้เป็นต้นไปและให้ถือเป็นเอกสารแนบท้ายของสัญญาบริการหลักด้วย
- 6.3. บันทึกข้อตกลงฉบับนี้อยู่ภายใต้การกำกับของกฎหมายแห่งประเทศไทย บรรดาข้อพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยุติลงได้ระหว่างกันด้วยดี จะถูกยื่นไปยังศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทย
- 6.4. คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่สามารถโอนสิทธิหรือภาระผูกพันภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้กับบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สัญญาอีกฝ่าย และห้ามมิให้ทำการโอนสิทธิหรือภาระผูกพันเว้นแต่ว่าผู้รับโอนจะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะผูกพันตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
- 6.5. การที่บริษัทฯ ไม่ดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้อง ทวงถาม หรือเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเป็นความผิดของผู้ใช้งาน ไม่ถือเป็นการลบล้างหรือสละสิทธิเรียกร้องที่บริษัทฯ มีตามสัญญาบริการหลัก หรือบันทึกข้อตกลงฉบับนี้
Version 1
Copyright © 2026 TENGOKU KITSUNE COMPANY LIMITED. All Rights Reserved.